ทีเอ็มบี เอสเอ็มอี เผยงานวิจัย “5 เรื่องจริงที่ปวดใจของร้านค้าออนไลน์” พร้อมแนะทางออกให้ธุรกิจเติบโต

ทีเอ็มบี เอสเอ็มอี เผยงานวิจัย “5 เรื่องจริงที่ปวดใจของร้านค้าออนไลน์” พร้อมแนะทางออกให้ธุรกิจเติบโต
23
Oct

ทีเอ็ มบี เอสเอ็มอีเผยผลงานวิจัยในหัวข้อ “5 เรื่องจริงปวดใจของร้านค้าออนไลน์การ ทำเว็บไซต์ e-commerce   ” พบปมปัญหาของร้านค้าออนไลน์ ทั้งสินค้าไม่มีความต่าง การโฆษณาออนไลน์ที่ไม่มีประสิทธิภาพ ปัญหาการขนส่งสินค้า และขาดเงินทุน ทำให้เป็นอุปสรรคในการทำ เว็บไซต์ ขาย สินค้า ออนไลน์ ทำให้ไม่สามารถเติบโตขยายธุรกิจได้เต็มที่ ท่ามกลางโอกาสการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซการ รับทำ online shop ที่มีมากขึ้น โดยแนะทางออกของปัญหาด้วยการสร้างความต่าง เพื่อเพิ่มรายได้ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงาน เพื่อลดต้นทุนและวางแผนการเงิน เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ ตอบโจทย์ให้เจ้าของธุรกิจร้านค้าออนไลน์เติบโตและต่อยอดธุรกิจ “ได้มากกว่า” ทั้งนี้ ทีเอ็มบี เอสเอ็มอี ได้วิเคราะห์และนำเสนอเป็นบทสรุป “5 เรื่องจริงปวดใจของร้านค้าออนไลน์” พร้อมแนวทางแก้ไขปัญหา ดังนี้.กาทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะสูงถึง 680,000 ล้านบาทภายในปี 2562 นี้ คิดเป็นประมาณ 20% ของมูลค่าการค้าปลีกของประเทศไทย และปัจจุบันมีเอสเอ็มอีเป็นเจ้าของร้านค้าออนไลน์มากกว่า 200,000 ราย บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เช่น Lazada, Shopee และ JD Central และอีกกว่า 300,000 ราย ที่ค้าขายบนโซเชียลคอมเมิร์ซ ทั้ง Facebook, LINE และ Instagram

ทีเอ็มบี เอสเอ็มอี เผยงานวิจัย “5 เรื่องจริงปวดใจของร้านค้าออนไลน์” พร้อมแนะทางออกให้ธุรกิจเติบโต “ได้มากกว่า”

นายพร้อมพงษ์ พัฒนธีระเดช หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริหารผลิตภัณฑ์และ Portfolio ธุรกิจ เอสเอ็มอี ทีเอ็มบี กล่าวว่า “ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคทาง เว็บไซต์ ขาย สินค้า ออนไลน์ ในยุคดิจิทัล ผลักดันให้เกิดการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซการ ทำเว็บไซต์ ขายของ ไทย ส่งผลให้เจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีได้เพิ่มช่องทางหรือขยายธุรกิจผ่านทางออนไลน์มากขึ้น ทำให้ ทีเอ็มบี เอสเอ็มอี ทำการศึกษาพฤติกรรมของลูกค้ากลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่อยู่ในธุรกิจออนไลน์อย่างลึกซึ้ง เพื่อเป็นแนวทางการให้คำปรึกษาและสนับสนุนให้ลูกค้าสามารถเติบโต “ได้มากกว่า” (Get MORE with TMB) อย่างยั่งยืน”

ทีเอ็มบี เอสเอ็มอี ร่วมกับ บริษัทวิจัยชั้นนำของประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับ ทำการสำรวจทางออนไลน์กับผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยจำนวน 200 คน มีรายได้เฉลี่ย 10 – 100 ล้านบาทต่อปี คละประเภทอุตสาหกรรม ทั้งผู้ประกอบการที่มีหน้าร้าน และมีธุรกิจเฉพาะบนออนไลน์ด้วย ครอบคลุมทั้งธุรกิจ บนแพลตฟอร์ม อีคอมเมิร์ซ และโซเชียลคอมเมิร์ซ เพื่อค้นหาปัญหาในทุกๆ

มุมของเจ้าของธุรกิจออนไลน์ที่เป็นอุปสรรคในการบริหารงานและการเติบโตของธุรกิจ รวมถึงการเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ร้านค้าออนไลน์สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น และเติบโตสอดคล้องกับการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซ
ทีเอ็มบี เอสเอ็มอี เผยงานวิจัย “5 เรื่องจริงปวดใจของร้านค้าออนไลน์” พร้อมแนะทางออกให้ธุรกิจเติบโต “ได้มากกว่า”

1. ขายยังไงดี ของไม่มีจุดต่าง โดยร้านค้าออนไลน์ถึง 60% พบว่าสินค้าของตนเองไม่มีความแตกต่างจากคู่แข่ง เนื่องจากซื้อสินค้าจากแหล่งเดียวกันถึง 44% และไม่สามารถสั่งผลิตสินค้าแยกได้ เนื่องจากไม่คุ้มค่าการผลิตถึง 16% แนวทางการแก้ไขปัญหา หากสินค้าไม่มีความแตกต่าง ร้านค้าออนไลน์สามารถสร้างความแตกต่างได้ด้วยแนวทางดังนี้ (1) เน้นกลยุทธ์การตลาดสร้างความต่างให้กับสินค้า เช่น การปรับปรุงและออกแบบหีบห่อบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ให้สวยงามทันสมัย ใช้งานสะดวกมากขึ้น หรือมีบริการพิเศษ (2) เจาะตลาดกลุ่มใหม่ๆ ที่มีการแข่งขันน้อยกว่า และ (3) คิดสินค้าให้แตกต่าง และหา OEM มาช่วยผลิต โดยเริ่มจากการผลิตในปริมาณที่ไม่มากเกินไป ซึ่งแนวทางนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์ให้กับตนเอง และช่วยให้ธุรกิจยั่งยืนได้ในระยะยาว

2. ยิงแอดแทบตาย… ยอดขายไม่ปัง!!! โดยร้านค้าออนไลน์ถึง 23% มองว่าการโฆษณาทางออนไลน์ที่ลงทุนไปได้ผลไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เนื่องจากไม่ได้ยอดขายสินค้ากลับมา และไม่ได้สร้างการรับรู้ของร้านค้าให้มากขึ้น แนวทางการแก้ไขปัญหา เริ่มแรกร้านค้าออนไลน์ควรวิเคราะห์และทำความรู้จักลูกค้าของตนเองอย่างลึกซึ้งรอบด้านก่อน เช่น เพศ อายุ อาชีพ สถานที่ รวมไปถึงความสนใจและรูปแบบการใช้ชีวิต (Lifestyle) ของลูกค้า และแบ่งเวลาในการเสริมสร้างความรู้ด้านการโฆษณา ด้วยการเข้าอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับการเทคนิคการทำโฆษณาออนไลน์ ซึ่งการที่ผู้ประกอบการทราบถึงกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนนั้น จะทำให้การโฆษณามีประสิทธิภาพมากขึ้น และต้นทุนต่ำลง

3. สต็อกจ๋า ปัญหาใหญ่ พบว่า 89% ของร้านค้าออนไลน์มีการขายสินค้าผ่านทางออฟไลน์ด้วย และทั้งหมดของกลุ่มนี้ ขายสินค้าออนไลน์มากกว่า 1 แพลตฟอร์ม โดย 37% มีปัญหาการบริหารสต็อก ทำให้สูญเสียโอกาสการขายเสียพื้นที่โกดังเก็บของ เพิ่มต้นทุน และเงินทุนจม แนวทางการแก้ไขปัญหาหากร้านค้าออนไลน์ต้องการที่จะบริหารสต็อกเอง ก็ควรมีระบบที่จัดการที่ชัดเจน มีการอัพเดทตลอดเวลา และควรเก็บข้อมูลสต็อกไว้ในที่เดียว หรือใช้โปรแกรมหรือระบบอัตโนมัติที่ออกแบบมาเพื่อช่วยการบริหารสต็อกก็จะสามารถบริหารจัดการสต็อกมากขึ้น

4. จะส่งของให้ลูกค้า ยังต้องลุ้น โดยร้านค้าออนไลน์ถึง 84% เคยประสบปัญหาในการจัดส่งสินค้า อาทิ สินค้าเสียหาย ส่งสินค้าล่าช้าส่งสินค้าผิดที่ ลูกค้าปฏิเสธการรับสินค้า หรือลูกค้าคืนสินค้าหลังจากได้รับสินค้าแล้ว ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นได้ตั้งแต่กระบวนการตรวจสอบข้อมูลก่อนการส่งการเตรียมสินค้าเพื่อจัดส่ง ระหว่างการขนส่งไปจนถึงกระบวนการตรวจสอบ และรับสินค้า แนวทางการแก้ไขปัญหา ร้านค้าออนไลน์สามารถลดความผิดพลาดที่จะเกิดขั้นในกระบวนการดังกล่าว ได้ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การทำระบบ การแปะรหัส ควรตรวจสอบสินค้าก่อนการส่ง และดูแลการบรรจุสินค้าอย่างแน่นหนาหรือเลือกใช้บริการ Pick & pack เพื่อลดขั้นตอนการทำงานบางส่วนออกไป เพื่อจะมีเวลาในการบริการลูกค้ามากขึ้น ทั้งนี้ควรพิจารณาเลือกบริษัทขนส่งที่มีบริการดี น่าเชื่อถือก็จะช่วยลดปัญหาความไม่พึงพอใจของลูกค้าได้

5. จะร่วมเทศกาลเซลล์ทั้งที เงินน่ะมีไหม? โดยร้านค้าออนไลน์ถึง 61% ต้องการเงินทุนที่เพียงพอในการเข้าร่วมเทศกาลเซลล์ครั้งใหญ่ที่ทางแพลตฟอร์มจัดขึ้น ซึ่งถือเป็น ‘ช่วงเวลาทองคำ’ ที่ร้านค้าออนไลน์จะสามารถเพิ่มยอดขายได้มากถึง 20-100 เท่า โดยจะต้องนำเงินทุนไปใช้เพื่อสต็อกสินค้า การซื้อโฆษณา และค่าจ้างโอทีของพนักงานเฉพาะช่วงเทศกาลดังกล่าว โดยปัจจุบันร้านค้าออนไลน์ใช้เงินทุนมาจากบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคลหรือบัตรกดเงินสด โดยยอมแบกรับกับอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินกว่ากำไรที่จะได้รับในช่วงนั้น เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าช่วงเทศกาลเซลล์ร้านค้าต้องทำราคาให้ต่ำเพื่อดึงดูดลูกค้า จึงดูเหมือนจะไม่คุ้มค่า แนวทางแก้ไขปัญหา ร้านค้าออนไลน์ควรมีการวางแผนการเงินที่ดี และเตรียมเงินสำรองสำหรับร่วมเทศกาลเซลล์ครั้งสำคัญ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญต้องคำนึงถึงแหล่งที่มาและอัตราดอกเบี้ยของเงินทุนสำรองนั้นๆด้วย

“ทั้งนี้ ทีเอ็มบี เอสเอ็มอี เชื่อมั่นว่างานวิจัย “5 เรื่องจริงปวดใจของร้านค้าออนไลน์” และแนวทางแก้ปัญหาที่นำเสนอนั้น จะเป็นส่วนช่วยให้ร้านค้าออนไลน์ สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนสอดคล้องไปกับพฤติกรรมของลูกค้าในยุคดิจิทัล และตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นายพร้อมพงษ์ กล่าวสรุป

ที่มา :  www.ryt9.com